ขอนแก่นบริวเวอรี่ | ถูกคอ ถูกใจ “สไตล์คุณ”
บริษัท ขอนแก่น บริวเวอรี่ จำกัด
โรงงาน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม
“ต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน”
เข้าชม
เข้าชม
คลิกเพื่อเข้าชม
ประวัติองค์กร
บริษัท ขอนแก่น บริวเวอรี่ จำกัด
บริษัท ขอนแก่นบริวเวอรี่ จำกัด เป็นโรงงานผลิตในเครือบริษัท สิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด
ผลิตสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าตราสิงห์ จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2537 ทุนจดทะเบียน 1,300 ล้านบาท เพื่อขยายการผลิตสู่ภูมิภาค ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ปัจจุบันมีกำลังการผลิตเบียร์700 ล้านลิตรต่อปี,กำลังการผลิตโซดา 150 ล้านลิตรต่อปี และกำลังการผลิตน้ำดื่ม 100ล้านลิตรต่อปี
นโยบายบริษัท
มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสากล
บริษัท ขอนแก่น บริวเวอรี่ จำกัด เป็นหนึ่งในกำลังการผลิต
ที่สำคัญของบริษัท สิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด
ผลิตสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าตราสิงห์ จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2537 เพื่อขยายการผลิตสู่ภูมิภาค โดยทำการผลิตสินค้าคุณภาพ ได้แก่ ลีโอเบียร์ เบียร์ลาเกอร์รสชาตินุ่ม, โซดาตราสิงห์ และน้ำดื่มตราสิงห์ ผลิตจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ผ่านกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่ได้ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
ในทุกขั้นตอนของการผลิต บริษัท ขอนแก่นบริวเวอรี่ จำกัด ได้มีการนำเอาระบบการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพที่ดีที่สุดมาใช้เป็นมาตรฐานการผลิต พรั่งพร้อมด้วยบุคลากรผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการวิจัยและพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ ทำให้บริษัท ขอนแก่นบริวเวอรี่ จำกัด เป็นผู้ผลิตเบียร์ โซดา และน้ำดื่ม ที่มีคุณภาพสูง
ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และปฏิบัติตามข้อกำหนดของภาครัฐอย่างเคร่งครัดส่งผลให้บริษัท ขอนแก่น บริวเวอรี่ จำกัด ได้รับใบรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าผลิตภัณฑ์ทุกประเภทของบริษัทฯ มีคุณภาพระดับสากล จนได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก
นอกจากการพัฒนาด้านการผลิตอย่างต่อเนื่องแล้ว บริษัท ขอนแก่น บริวเวอรี่ จำกัด ได้ให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยได้ทุ่มงบประมาณการค้นคว้า วิจัย และสรรหาเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชนข้างเคียง ภายใต้แนวคิดที่ว่า “โรงงาน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน” ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ใส่ใจในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างบูรณาการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยนโยบายด้านการใช้น้ำ ใช้หลัก 3 R ได้แก่ REDUCE, REUSE, RECYCLE
นอกจากนี้ บริษัท ขอนแก่น บริวเวอรี่ จำกัด ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการจัดการกากอุตสาหกรรมที่เหมาะสม จึงทำการศึกษาและออกแบบระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยการบริหารจัดการที่ดีมีประสิทธิภาพ รวมถึงรณรงค์สร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แก่พนักงานภายในองค์กรได้ลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังและพัฒนาต่อเนื่อง จนเห็นผลเป็นรูปธรรม แสดงเจตนารมณ์ที่ดี แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยปลูกจิตสำนึกของการเป็นผู้ให้ดูแลรับผิดชอบ และสร้างผลประโยชน์สูงสุดร่วมกัน นำไปสู่การพัฒนาให้เกิดความยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับสังคม อันถือเป็นโรงงานต้นแบบ และชุมชนตัวอย่างที่ดีของสังคมต่อไป
บริหารจัดการน้ำ
ตามหลัก 3R
ใส่ใจดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างบูรณาการ
บริษัท ขอนแก่น บริวเวอรี่ จำกัด มีนโยบายด้านการใช้น้ำ โดยหลัก 3 R ดังนี้
01.
REDUCE
การลดการใช้ทรัพยากรน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการพัฒนาเทคโนโลยี และกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง
02.
RECYCLE
น้ำจากกระบวนการผลิต จะถูกส่งเข้าระบบบำบัด ซึ่งประกอบด้วยโรงบำบัดน้ำจำนวน 2 โรง
โรงบำบัดน้ำ 1
UASB + AS เป็นระบบบำบัดน้ำเสียแบบอนุกรม โดยน้ำเสียจากกระบวนการผลิตที่มีสารอินทรีย์สูง จะผ่านระบบ UASB (Up-flow Anaerobic Sludge Blanket) ก่อน ซึ่งเป็นการย่อยแบบไม่ใช้อากาศ เกิดผลพลอยได้เป็นก๊าซชีวภาพ (Biogas) นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในหม้อต้มไอน้ำ (Boiler) ทดแทนน้ำมันเตา น้ำที่ผ่านการบำบัดจากระบบ UASB จะถูกบำบัดเพิ่มเติมด้วยระบบตะกอนเร่ง (Activated Sludge, AS) จนได้ค่าน้ำทิ้งตามมาตรฐานกรมโรงงานอุตสาหกรรม ก่อนส่งไปยังระบบปรับปรุงคุณภาพด้วยวิธีธรรมชาติ
โรงบำบัดน้ำ 2
IC-Reacter + AS ระบบนี้สร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2550 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตก๊าซชีวภาพ และสามารถรองรับน้ำเสียได้มากขึ้น โดยน้ำเสียจะผ่านระบบ IC (Internal Circulation) จากนั้นจะถูกบำบัดเพิ่มเติมด้วยระบบตะกอนเร่ง เกิดผลพลอยได้เป็นก๊าซชีวภาพ เช่นเดียวกับโรงบำบัด 1
03.
REUSE
น้ำที่ผ่านระบบบำบัดที่เหลือ จะถูกส่งเข้าระบบบำบัดโดยวิธีธรรมชาติ ซึ่งตามมาตรฐานกรมโรงงานอุตสาหกรรม มีการกำหนดคุณภาพน้ำที่สามารถปล่อยออกสู่พื้นที่สาธารณะ แต่บริษัทฯ มีนโยบายนำน้ำที่ผ่านการบำบัดตามมาตรฐานแล้วมาใช้ โดยบริษัทฯ ได้วางระบบบำบัดน้ำโดยวิธีธรรมชาติ หรือ Natural Treatment อันมีต้นแบบมาจากโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ มาประยุกต์ใช้กับระบบบำบัดน้ำของโรงงาน โดยระบบบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติ
ระบบจัดการน้ำด้วย
วิธีธรรมชาติ
การใช้ธรรมชาติบำบัดเพื่อสภาพแวดล้อมที่ดี
ระบบบำบัดน้ำด้วยวิธีธรรมชาติของบริษัท ขอนแก่นบริวเวอรี่ มีดังนี้
01.
WATER TREATMENT
SYSTEM
น้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจากโรงงาน จะถูกปล่อยเข้าสู่บ่อตกตะกอน และบ่อพืชลอยน้ำสาหร่ายเบ่งบาน 1, 2 ปริมาณสารอินทรีย์ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัสในน้ำ จะถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ ขณะที่สาหร่ายอาศัยแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานในกระบวนการสังเคราะห์แสง ปลดปล่อยออกซิเจนให้จุลินทรีย์ใช้ในการหายใจ และสาหร่ายใช้สารที่ได้จากกระบวนการย่อยสลายในการเจริญเติบโต เป็นกระบวนการพึ่งพาอาศัยกัน (Symbiotic Relationship Process) ระหว่างพืชลอยน้ำ จุลินทรีย์ และสาหร่าย
02.
CONSTRUCTED
WETLANDS
โรงงานได้ก่อสร้างระบบในพื้นที่ 40 ไร่ ประกอบไปด้วยระบบพืชชุ่มน้ำเทียม ที่ปลูกกกจันทบูรณ์ ธูปฤาษี และระบบหญ้ากรองน้ำ ที่ปลูกหญ้าสตาร์ และหญ้าขน น้ำจากระบบบ่อบำบัด จะถูกปรับปรุงคุณภาพโดยการปล่อยให้ผ่านบ่อดินตื้น ๆ ที่ปลูกพืช โดยรากของพืชเหล่านั้นจะช่วยดูดซับสารอินทรีย์, ตะกอน, ไนโตรเจน, ฟอสฟอรัส ให้ลดน้อยลง และย่อยสลายให้หมดไปในที่สุด น้ำที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้วยวิธีธรรมชาติแล้ว จะถูกส่งเข้าพื้นที่สนามกอล์ฟ เพื่อใช้รดน้ำสนามหญ้า โดยไม่มีการปล่อยน้ำทิ้งออกนอกโรงงาน ตามนโยบาย Zero Discharge ภายในพื้นที่สนามกอล์ฟมีบ่อพักน้ำจำนวน 9 บ่อ โดยแต่ละบ่อจะเชื่อมต่อกัน ควบคุมระดับน้ำให้ลดหลั่นลงมา น้ำจากบ่อสุดท้าย จะถูกสูบและส่งจ่ายไปยังหัวสปริงเกอร์ ที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ของสนามกอล์ฟ ซึ่งควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน
โรงงานมีการติดตามเฝ้าระวังคุณภาพน้ำเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชุมชนข้างเคียงโดยการตรวจติดตามเฝ้าระวังประจำวัน การให้หน่วยงานภายนอก
ตรวจติดตามรายสัปดาห์ และติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติที่บ่อสุดท้ายของสนามกอล์ฟ ตามโครงการเฝ้าระวังของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 ที่มีการส่งข้อมูลออนไลน์สู่ระบบ และมีการเตือนเรื่องคุณภาพน้ำเมื่อมีปัญหา
การดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ นี้ เพื่อสร้างความมั่นใจ และความเชื่อมั่นให้แก่ชุมชนและสังคมว่า โรงงานมีการดำเนินงานที่เป็นไปตามมาตรฐานโปร่งใส สามารถติดตามตรวจสอบได้ ตามหลักการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม
บริหารจัดการ
กากอุตสาหกรรม
ศึกษาและออกแบบระบบจัดการที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
กระบวนการผลิตที่ยังมีคุณสมบัติที่ดีต่อการใช้งานภาคเกษตรและปศุสัตว์ให้เกิดเป็นจริงขึ้นมา กากจากกระบวนการผลิตของโรงงานมี 4 ประเภทดังนี้
01.
WASTE SPENTGRAINS
WASTE
SPENTGRAINS
กากข้าวที่ออกจากกระบวนการกรองในขั้นตอนการต้มเบียร์ จะถูกส่งออกเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์
02.
WASTE YEAST
เชื้อยีสต์ที่ผ่านกระบวนการหมักครบตามกำหนด และถ่ายออกจากระบบกากยีสต์ จะถูกแยกน้ำ และกากออกจากกัน กากข้าวมอลท์และกากยีสต์เปียก ได้รับการรับรองตรวจวิเคราะห์จากห้องปฎิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด จังหวัดขอนแก่น แล้วว่า มีค่าอาหารที่เหมาะสมสำหรับใช้เลี้ยงสัตว์ โดยทางบริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงโคนม บ้านเกษตรก้าวหน้า ตำบลท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น จนประสบผลสำเร็จ เกษตรกรสามารถลดต้นทุนด้านอาหารได้ แลได้ปริมาณน้ำนมเพิ่มขึ้น จนได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น ระดับเขต สาขาเลี้ยงสัตว์ ประจำปี 2553 เป็นแบบอย่างให้แก่เกษตรกรรายอื่นๆ
03.
SLUDGE
เชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้ในกระบวนการบำบัดน้ำทิ้ง จะถูกแยกออกจากระบบบำบัดน้ำทิ้งด้วยเครื่องแยกกาก ถูกถ่ายออก นำไปยังโรงงานผลิตดินเกษตร สำหรับเพาะปลูกพืช เชื้อตะกอนระบบบำบัดมีธาตุอาหารที่จำเป็นสำหรับพืช ดังนั้นจึงนำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ โดยโรงงานให้การสนับสนุนกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ปุ๋ยอินทรีย์หมีใหญ่ท่าพระ จำกัด ซึ่งปัจจุบันสามารถดำเนินกิจการได้ดี มีกำไรเพิ่มขึ้น และสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชน
04.
KIESELGUHR
SLURRY
ใช้กรองน้ำเบียร์ออกจากเชื้อยีสต์หลังกระบวนการหมัก ถูกถ่ายออกจากกระบวนการผลิต ด้วยคุณสมบัติมีซิลิกาเป็นส่วนประกอบหลัก สามารถนำมาผลิตขวดแก้วได้ จึงได้ร่วมมือกับบริษัท ขอนแก่นกล๊าสอินดัสทรี จำกัด ดำเนินการผลิตในเชิงอุตสาหกรรม ในปี 2554 ปัจจุบันสามารถผลิตขวดแก้วที่มีส่วนผสมของแป้งกรองเบียร์ และนำกลับมาใช้ในกระบวนการบรรจุเบียร์ได้แล้วสำหรับแป้งกรองเบียร์ หลังจากผ่านเครื่องแยกกาก ทำการแยกน้ำเบียร์ที่คงเหลืออยู่ ก่อนส่งไปใช้ในการผลิตขวดแก้ว น้ำเบียร์ที่ถูกแยกออกจะถูกส่งเข้าระบบบำบัดน้ำทิ้ง และได้ก๊าซชีวภาพ Bio Gas กลับมาใช้ในการผลิตไอน้ำ เป็นการลดต้นทุนการผลิต
บริษัท ขอนแก่น บริวเวอรี่ จำกัด มุ่งมั่นที่จะเป็นโรงงานที่สามารถนำกากอุตสาหกรรมที่เกิดจากกระบวนการผลิต และน้ำทิ้งไปใช้ประโยชน์ได้ โดยมีเป้าหมาย Zero Waste
นอกจากนี้บริษัท ขอนแก่น บริวเวอรี่ จำกัด ได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เข้าร่วมโครงการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ด้วยตระหนักถึงความรับผิดชอบที่มีต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม จึงมั่นใจได้ว่า นอกจากจะไม่สร้างปัญหาให้กับชุมชนรอบโรงงาน ยังให้การดูแล และสร้างผลประโยชน์สูงสุดร่วมกัน นำไปสู่การพัฒนาให้เกิดความยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตให้สังคม อันถือเป็นโรงงานต้นแบบ และชุมชนตัวอย่างที่ดีของสังคมต่อไป
บริษัท ขอนแก่น บริวเวอรี่ จำกัด ได้รับใบรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ มีการติดตามประเมิณผล และทบทวนเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยกระทรวงอุตสาหกรรม